Intuch1

   

BAACx

   

GSB-Busi

   


สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) จัดงาน The mai Bangkok Business Challenge?@Sasin 2016 'nnovating For Good'

สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) จัดงาน The mai Bangkok Business Challenge?@Sasin 2016 'nnovating For Good' สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เรียนเชิญท่านสื่อมวลชนร่วมพิธีเปิดการแข่งขันแผนธุรกิจระดับโลก The mai Bangkok Business Challenge®@Sasin 2016 "Innovating For Good" ในวันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 16:00 – 20:00น. ณ ศศินทร์ ฮอลล์ ชั้น 9 สถาบันบัณฑิตฯ ศศินทร์ โดยมี ศาสตราจารย์ ดีพัค ซี เจน ผู้อำนวยการสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานในพิธีเปิด และพบกับทีมผู้ชนะปี 2010 และ ผู้เข้ารอบสุดท้ายปี 2014 ที่ติดอันดับ "Forbes 30 Under 30" ด้านพลังงาน Allison Sawyer CEO and Co-Founder Rebellion Photonics และ Lauren Miller CEO and Co-Founder A-76 Technolgies จะมาเล่าถึงประสบการณ์วิธีทำธุรกิจ Start-up ให้ประสบความสำเร็จระดับโลก และ 16 ทีม จากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงชั้นนำระดับโลกจาก 11 ประเทศ ชิงถ้วยรางวัลพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นอกจากนี้ยังมีรางวัล H.R.H.Princess Maha Chakri Sirindhorn's Sustainability Award จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ซึ่งมอบให้กับทีมที่คำนึงถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืน และรางวัล Houston Technology Center-Asia Innovation Award มอบให้แก่ทีมที่มีความโดดเด่นด้านนวัตกรรม และรางวัลอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 1.6 ล้านบาท

อินเตอร์เรียลตี้ฯ เปิดแผนการธุรกิจบริหารทรัพย์บุกตลาดภาคเหนือ ตั้งเป้าเข้าบริหาร 50 โครงการมั่นใจอสังหาฯ เชียงใหม่ต้องการมืออาชีพ

อินเตอร์เรียลตี้ฯ เปิดแผนการธุรกิจบริหารทรัพย์บุกตลาดภาคเหนือ ตั้งเป้าเข้าบริหาร 50 โครงการมั่นใจอสังหาฯ เชียงใหม่ต้องการมืออาชีพ IRM เปิดแผนธุรกิจบริหารทรัพย์สินเบนเข็มบุกตลาดอสังหาริมทรัพย์ภาคเหนือ มั่นใจโครงการบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียมในจังหวัดเชียงใหม่กว่า 300 โครงการยังต้องการมืออาชีพที่เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ตั้งเป้าทั้งปีสามารถเข้าไปบริหารไม่ต่ำกว่า 50 โครงการ นายธนันทร์เอก หวานฉ่ำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์ เรียลตี้ แมเนจเม้นท์ จำกัด (IRM) และอดีตนายกสมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการเปิดสาขาจังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้บริการด้านการบริหารทรัพย์สินในโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทต่าง ๆ ทั้งคอนโดมิเนียมและบ้านจัดสรร เนื่องจากผู้ประกอบการในภูมิภาคดังกล่าวให้ความสนใจในการสร้างภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจของตนเอง และธุรกิจที่อยู่อาศัยในภูมิภาคดังกล่าวให้ความสำคัญกับการจดทะเบียนนิติบุคคล การบริหารทรัพย์สินประเภทสโมสรและคลับเฮ้าส์ เห็นได้จากโครงการต่างๆ ทั้งที่อยู่ในทำเลเขาใหญ่ โคราช และจังหวัดขอนแก่น ให้ความไว้วางใจ IRM เข้าไปบริหารทรัพย์สินจำนวน 20 โครงการ บริษัทฯ จึงมีแผนที่จะขยายการให้บริการด้านบริหารทรัพย์สินไปยังภาคเหนือ ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีโครงการที่อยู่อาศัยเกิดขึ้นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นหัวเมืองเศรษฐกิจที่มีความสำคัญของประเทศแห่งหนึ่ง และเป็นศูนย์รวมของการค้าและการลงทุน จึงทำให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทั้งในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียงมีความคึกคัก เห็นได้จากสถิติการพัฒนาโครงการบ้านใหญ่ที่มีการพัฒนาใหม่กว่า 200 โครงการ และอาคารชุดจำนวน 145 โครงการ หากรวมโครงการที่พัฒนาก่อนหน้านี้ซึ่งมีจำนวนมาก จะเป็นโอกาสที่ดีในการขยายธุรกิจบริหารทรัพย์สินไปสู่ภาคเหนือ “การขยายธุรกิจไปยังจังหวัดเชียงใหม่นั้นเพื่อต้องการเข้าไปบริการโครงการที่อยู่อาศัยในท้องถิ่นและจังหวัดใกล้เคียง ทั้งผู้ประกอบการ ผู้อยู่อาศัยในโครงการจัดสรรทั้งบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียม มีโอกาสได้รับบริการที่ดีจากมืออาชีพที่นำโนฮาวการบริหารทรัพย์สินจากส่วนกลาง เข้าไปทำงานเพื่อสร้างมูลค่าและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับการอยู่อาศัยในโครงการจัดสรร เนื่องจากบุคลากรที่จะเข้าไปทำงานดังกล่าวมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านต่างๆ ที่สามารถตอบสนองกับความต้องการของลูกค้าในภูมิภาคได้ โดยเฉพาะความรู้ด้านกฎหมายการจัดสรรที่ดินและกฎหมายอาคารชุด ซึ่งคณะกรรมการหมู่บ้านรวมทั้งผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังต้องการมืออาชีพเข้าไปช่วยเหลือในด้านต่างๆ ” นายธนันทร์เอกกล่าว อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าการขยายบริหารบริหารทรัพย์สินไปยังจังหวัดเชียงใหม่ในครั้งนี้จะได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการเช่นเดียวกับภูมิภาคอื่น ๆ เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีความต้องการพัฒนาภาพลักษณ์และให้ความสำคัญกับบริการหลังการขายมากขึ้น ที่ผ่านมายังไม่ได้เห็นความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวมากนัก เพราะยังเข้าใจผิดว่าการบริหารทรัพย์สินไม่ได้สร้างผลกำไรจึงมุ่งแต่การขายอสังหาริมทรัพย์เพียงอย่างเดียว แต่ความจริงแล้วบริการหลังการขายที่ดีและสร้างความพึงพอใจกับผู้อยู่อาศัย เป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมธุรกิจให้มีความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีนโนบายในการพัฒนาโครงการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคู่แข่งในจังหวัดดังกล่าวยังมีน้อย เนื่องจากอยู่ไกลและไม่มีศักยภาพในการขยายบริการไปสู่ภูมิภาคอื่น ๆ ทั้งนี้ ตั้งเป้าว่าภายในปี 2559 จะมีโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทต่าง ๆ ให้ความสนใจให้ IRM เข้าไปบริการทรัพย์สินไม่ต่ำกว่า 50 โครงการ ทั้งนี้ IRM มีประสบการณ์ในการบริหารทรัพย์สินทั้งในอาคารชุดและบ้านจัดสรรมากว่า 20 ปี และเข้าไปบริการโครงการต่างๆ กว่า 100 โครงการ ทั้งการจัดประชุมใหญ่และจดทะเบียนนิติบุคคลบ้านจัดสรร สนใจสอบถามข้อมูลการให้บริการเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 0-2204-1077-82 หรือ www.irm.co.

ความผันผวนของตลาดการเงินยุโรปน่ากังวลหรือไม่?

ความผันผวนของตลาดการเงินยุโรปน่ากังวลหรือไม่? Event ตลาดการเงินยุโรปผันผวนอย่างหนักในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มธนาคารในยุโรป เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าธนาคารดอยซ์แบงก์ (Deutsche Bank) ซึ่งเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของเยอรมนีอาจไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ยหุ้นกู้ด้อยสิทธิชนิดหนึ่งที่นับเป็นเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์ หรือที่เรียกว่า contingent convertible bond (CoCo bond) ได้ หลังจากที่ธนาคารประกาศผลประกอบการในปี 2015 ออกมาขาดทุนสูงถึง 6.8 พันล้านยูโร ส่งผลให้ราคาหุ้นของธนาคารดอยซ์แบงก์ลดลงไปแล้วกว่า 40% นับตั้งแต่ต้นปี 2016 และยังส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นของธนาคารพาณิชย์อื่นๆ ให้ลดลงเช่นเดียวกัน Analysis ตลาดการเงินโลกมีความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้น นักลงทุนกังวลกับความเสี่ยงภาคธนาคารของยูโรโซนและได้หันไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ปลอดภัยอย่างพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และญี่ปุ่น ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะเวลา 10 ปี ลดลง 10 basis point จากวันที่ 5 กุมภาพันธ์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นลดลงไปติดลบเป็นครั้งแรกที่ระดับ -0.3% จาก 0.1% อย่างไรก็ตาม โอกาสที่เหตุการณ์ดังกล่าวจะบานปลายเป็นวิกฤติการเงินยังไม่สูงนัก เนื่องจาก 1) ธนาคารดอยซ์แบงก์ยังมีเงินสำรองอยู่ราว 2.2 แสนล้านยูโร ซึ่งเพียงพอต่อการชำระหนี้หุ้นกู้ที่ปัจจุบันมีมูลค่ารวม 5 หมื่นล้านยูโร และหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่เป็นกองทุนของธนาคารอีกราว 1.6 หมื่นล้านยูโร สอดคล้องกับด้านโกลด์แมน แซคส์ ที่กล่าวว่ายังคงมีความเชื่อมั่นต่อภาคธนาคารพาณิชย์ในยูโรโซนเนื่องจากยังมีสภาพคล่องและเงินกองทุนเพียงพอและสามารถลดความเสี่ยงจากการเกิดวิกฤติการเงินได้ 2) ธนาคารดอยซ์แบงก์เป็นธนาคารขนาดใหญ่ที่รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้ล้ม (too big to fail) 3) ธนาคารกลางยุโรป (European Central Bank: ECB) ยังดำเนินมาตรการอัดฉีดสภาพคล่อง (QE) อย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มขยายวงเงินเพิ่มขึ้น การลดอัตราดอกเบี้ยให้ติดลบของธนาคารกลางยุโรปเผชิญอุปสรรคมากขึ้น การขาดทุนของธนาคารขนาดใหญ่อย่างดอยซ์แบงก์เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าธนาคารพาณิชย์บางแห่งในยูโรโซนยังไม่แข็งแรงมากนัก ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อ ECB ที่จะผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมโดยการลดอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ ECB (deposit facility rate) ลงไปติดลบมากขึ้นจากปัจจุบันที่อยู่ระดับ -0.3% ทั้งนี้ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่ติดลบนี้ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์มีต้นทุนสูงขึ้นแต่ไม่สามารถผลักภาระไปยังผู้ฝากเงินได้ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยเงินฝากไม่สามารถลดลงต่ำได้อีก ดังนั้นจึงอาจกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของธนาคารมากขึ้น ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีแนวโน้มส่งสัญญาณที่ชัดเจนขึ้นในการชะลอปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย จากความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในปัจจุบันเทียบกับการประชุม Fed ในเดือนธันวาคม ซึ่ง Fed ประเมินว่าอัตราดอกเบี้ยอาจปรับขึ้นได้ถึง 1.00% ในปี 2016 อย่างไรก็ตาม ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายวิลเลียม ดัดลีย์ ประธาน Fed สาขานิวยอร์ค กล่าวว่า สภาวะการเงินโลกมีความตึงตัวขึ้นหลังจากการประชุมในเดือนธันวาคม ดังนั้น หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อไปถึงการประชุมเดือนมีนาคม คณะกรรมการ Fed จะนำมาพิจารณาการดำเนินนโยบายการเงินด้วย ดังนั้น หลังจากที่มีเหตุการณ์ความผันผวนในตลาดหุ้นยุโรป ซึ่งส่งผลกระทบไปยังตลาดหุ้นสหรัฐฯ อาจทำให้ Fed มีแนวโน้มส่งสัญญาณชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ ทั้งนี้ อีไอซี คาดว่าในปีนี้ Fed จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้เพียง 0.50% ในปี 2016 Implication ค่าเงินบาทมีความผันผวนสูง โดยปกติแล้วค่าเงินบาทมักจะอ่อนค่าในยามที่ความกังวลในตลาดการเงินโลกเพิ่มสูงขึ้น แต่ปัจจุบันค่าเงินบาทกลับแข็งค่าขึ้นเหนือความคาดหมายของตลาดจากเฉลี่ย 36.1 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในเดือนมกราคม มาอยู่ที่ระดับ 35.4 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ โดยอีไอซีคาดว่าการแข็งค่าครั้งนี้จะเกิดขึ้นชั่วคราว จากปัจจัยเรื่องการคาดการณ์ว่า Fed จะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้จากความเสี่ยงในตลาดการเงินโลก ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่นๆ ของโลก อย่างไรก็ตาม ด้วยมุมมองว่า Fed ยังมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ ทำให้อีไอซีคาดว่าค่าเงินบาทยังคงมีแนวโน้มอ่อนค่าลงไปอยู่ที่ระดับ 37 บาทต่อดอลลาร์ต่อสหรัฐฯ ในช่วงสิ้นปี 2016 ผู้ประกอบการที่มีธุรกรรมเงินตราต่างประเทศควรพิจารณาป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนและระมัดระวังการกู้ยืมสกุลเงินต่างประเทศ ตลาดการเงินโลกที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น ทำให้อัตราแลกเปลี่ยนมีแนวโน้มผันผวนค่อนข้างมากในปีนี้

TDRI ประเมินเศรษฐกิจไทยปีนี้โต 3.5% หลังได้มาตราการรัฐหนุน ดึงการลงทุนเอกชนฟื้น คาดส่งออกไทยโต 0-1% จากหดตัว 5% ในปี 58

TDRI ประเมินเศรษฐกิจไทยปีนี้โต 3.5% หลังได้มาตราการรัฐหนุน ดึงการลงทุนเอกชนฟื้น คาดส่งออกไทยโต 0-1% จากหดตัว 5% ในปี 58 สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ TDRI ในงานเสวนาแนวโน้มเศรษฐกิจการลงทุนและมุมมองการขับเคลื่อนของประเทศในปี 2559 โดยนางสาวกิริฎา เภาพิจิตร ผู้อำนวยการวิจัย ด้านการวิจัยและคำปรึกษาระหว่างประเทศ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ TDRI ให้ข้อมูล โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้   - แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปีนี้จะเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไปในกรอบ 3.5% โดยได้รับอานิสงส์จากมาตรการของภาครัฐและการลงทุนของภาคเอกชน ทั้งนี้ การลงทุนของภาครัฐคิดเป็น 5% ของจีดีพี ขณะที่การบริโภคของภาคเอกชนคิดเป็น 50% ของจีดีพี การลงทุนภาคเอกชนคิดเป็น 20% ของจีดีพี หากพึ่งพิงรัฐเพียงอย่างเดียวเศรษฐกิจจะไม่ฟื้น ถึงแม้รัฐจะมีมาตรการ ระยะสั้นออกมาไม่ว่าจะเป็นกองทุนหมู่บ้าน เอสเอ็มอี ช้อปช่วยชาติ จะส่งผลแค่ 3-6 เดือนเท่านั้น แต่ในระยะยาวจะต้องให้ความสำคัญกับการลงทุนขนาดใหญ่ไม่ว่าจะเป็นเมกะโปรเจ็กต์ หรือการลงทุนขนาดใหญ่ ซึ่งคาดว่าจะทำให้จีดีพีกลับมาขยายตัว 3.5% ได้   - การส่งออกปีนี้คาดว่าจะขยายตัวได้ 0-1% จากปีที่แล้วติดลบ 5% รับอานิสงส์จากเศรษฐกิจฟื้นตัว และการค้าในกลุ่ม CLMV   - ปัจจัยลบ คือปัญหาภัยแล้งที่จะกระทบต่อกลุ่มผู้มีรายได้น้อย โดยเฉพาะเกษตรกร และปัจจัยภายนอกประเทศที่ไม่สามารถควบคุมได้ โดยความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกปีนี้มาจากการก่อหนี้ของประเทศเกิดใหม่ที่มีจำนวนหนี้ต่างประเทศในระดับสูง ซึ่งหากแนวโน้มดอกเบี้ยสูงและมีการดึงเงินกลับอาจเกิดปัญหาด้านชำระหนี้จนส่งผลลามไปถึงสถาบันการเงินที่ปล่อยกู้ในกลุ่มประเทศที่เจริญแล้ว   "ความผันผวนของเงินทุนยังมีปัจจัยที่ต้องติดตามหลายอย่าง เช่น ทิศทางดอกเบี้ยของเฟด การดำเนินนโยบายผ่อนคลายของญี่ปุ่นและยุโรป ส่วนกรณีของจีนที่อยู่ระหว่างปฏิรูป ซึ่งขณะนี้ธุรกิจของจีนมีการก่อหนี้ระดับสูง โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาฯ และธุรกิจเหล็ก จึงทำให้รัฐบาลเข้ามาดูแลและอาจทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับผลกระทบไปด้วย"นางสาวกิริฎา กล่าว สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

จากกรณีหมอฟันหนีทุน…สู่โอกาสในการปฏิรูปการบริหารทุนการศึกษา

จากกรณีหมอฟันหนีทุน…สู่โอกาสในการปฏิรูปการบริหารทุนการศึกษา สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ทีดีอาร์ไอ ชี้ปัญหาหนีทุนการศึกษาเป็นเพียงส่วนเดียวของปัญหาทั้งหมด แนะรัฐบาลควรใช้โอกาสนี้ปฏิรูปกลไกการบริหารจัดการนักเรียนทุนทั้งระบบ โดยบริหารแบบรวมศูนย์ผ่านคณะกรรมการระดับชาติและตั้งเป้าหมายในการให้ทุนที่ชัดเจน กรณีที่อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยมหิดลรายหนึ่งซึ่งได้ทุนรัฐบาลเพื่อไปศึกษาต่อต่างประเทศ แต่หลังจากสำเร็จการศึกษาแล้ว ไม่ยอมกลับมาชดใช้ทุนและทำให้ผู้ที่ค้ำประกันต้องชดใช้ทุนแทน เป็นประเด็นที่ผู้คนให้ความสนใจกันมาก และหลายฝ่ายตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการนักเรียนทุนรัฐบาลนั้น ดร.เสาวรัจ รัตนคำฟู นักวิชาการอาวุโสทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า ปัญหาหนีทุนการศึกษาเป็นเพียงส่วนเดียวของปัญหาทั้งหมด โดยความไม่มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการนักเรียนทุนรัฐบาลมีสาเหตุสำคัญ 3 ประการ ประการแรก ทิศทางการพัฒนาประเทศไทยไม่ชัดเจนพอ แม้ว่าประเทศไทยมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แต่แผนพัฒนาฯ เป็นเพียงกรอบกว้างๆ ทำให้ไม่สามารถกำหนดเป้าหมายการพัฒนากำลังคนที่ชัดเจนได้ นอกจากนี้ ประเทศไทยไม่มีนโยบายอุตสาหกรรมที่ชัดเจน ซึ่งแตกต่างจากหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ ซึ่งทำให้การวางแผนกำลังคน รวมถึงการให้ทุนการศึกษาทำได้ยาก ประการที่สอง รัฐขาดข้อมูลที่สำคัญในการบริหารจัดการทุนการศึกษา ที่สำคัญคือการขาดข้อมูลความต้องการกำลังคนที่ต้องการในอนาคตในแต่ละสาขา และยังขาดระบบในการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของหน่วยงานให้ทุนที่จัดทำอย่างเป็นประจำและสม่ำเสมอ ประการที่สาม การบริหารจัดการทุนอยู่ภายใต้หลายหน่วยงาน เช่น สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) ซึ่งจัดสรรทุนตามความต้องการของส่วนราชการ สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) ซึ่งจัดสรรทุนสำหรับบุคลากรในมหาวิทยาลัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ซึ่งจัดสรรทุนโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ซึ่งจัดสรรทุนการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พสวท.) และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งจัดสรรทุนกระทรวงวิทยาศาสตร์ โดยหน่วยงานเหล่านี้มีลักษณะการทำงานแบบแยกกันทำ และไม่มีการประสานงานกัน สาเหตุดังกล่าวทำให้การบริหารจัดการทุนการศึกษาไม่มีประสิทธิภาพและก่อให้เกิดความสูญเปล่ามากมาย จากทั้งความซ้ำซ้อนและความไม่สอดคล้องระหว่างความต้องการของหน่วยงานและสาขาที่นักเรียนทุนไปเรียนต่อ ทำให้มีนักเรียนทุนหลายคนที่จบกลับมาแล้วแต่ยังไม่ถูกบรรจุเข้าทำงาน หรือมีผู้สละทุนการศึกษาเพื่อไปเรียนสาขาอื่น เช่น แพทย์ศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ ตลอดจนมีการแย่งชิงผู้สมัครทุนระหว่างหน่วยงานให้ทุนต่างๆ ที่สำคัญ การขาดกลไกการติดตามผู้รับทุนที่มีประสิทธิภาพและขาดการประเมินผลการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้ นักเรียนทุนบางส่วนใช้ระยะเวลาในการศึกษานานเกินกว่าที่ควรจะเป็น เช่น จากข้อมูลของ สกอ. ซึ่งรายงานโดยสำนักข่าวอิศราพบว่า โครงการทุนพัฒนาอาจารย์สาขาขาดแคลน 16 สาขาในระดับการศึกษาปริญญาโทและเอก ของ สกอ. ในระหว่างปี 2535-2548 มีผู้รับทุนถึง 5,342 คน แต่มีผู้ที่เรียนจบเพียง 3,835 คน ทั้งที่ผ่านมากว่า 10 ปีแล้ว ซึ่งสะท้อนว่านักเรียนทุนเกือบร้อยละ 30 ใช้เวลาในการศึกษานานกว่า 10 ปี หรือโครงการทุนพสวท. ในระหว่างปี 2527-2556 มีจำนวนผู้รับทุนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ปริญญาตรี โท และเอก ในช่วงระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมาทั้งสิ้น 4,488 คน แต่มีผู้สำเร็จการศึกษาแล้วเพียง 1,110 คน หรือเพียงร้อยละ 25 เท่านั้น นักวิชาการอาวุโสทีดีอาร์ไอ ระบุว่า ปัญหาสำคัญที่สุดอีกประการหนึ่งในการให้ทุนการศึกษาของประเทศไทยคือ การไม่มีแผนอย่างชัดเจนในการใช้ประโยชน์จากผู้สำเร็จการศึกษา จึงส่งผลให้การจัดสรรทุนมีลักษณะกระจัดกระจายมาก เช่น ในปี 2559 มีการส่งนักเรียนทุนกระทรวงวิทยาศาสตร์ไปศึกษาด้านระบบรางจำนวนเกือบ 50 ทุน โดยกระจายไปในมหาวิทยาลัยต่างๆ มากกว่า 15 แห่งในทุกภูมิภาค ทำให้ยากที่ประเทศไทยจะสามารถพัฒนาเทคโนโลยีระบบรางได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งแตกต่างจากสิงคโปร์ หรือเกาหลีใต้ที่มีการกำหนดหน่วยงานเจ้าภาพในแต่ละด้านอย่างชัดเจน เช่น การต่อเรือ หรือเทคโนโลยีชีวภาพ ก่อนสนับสนุนให้หน่วยงานเหล่านั้นส่งนักเรียนทุนไปศึกษาต่อ ในสภาวะปัจจุบันที่ประเทศไทยเสี่ยงที่จะติดอยู่ในกับดักประเทศรายได้ปานกลาง และจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ในระยะเวลาไม่ถึง 10 ปีจากนี้ การปฏิรูปกลไกการบริหารจัดการนักเรียนทุนเพื่อเร่งรัดการพัฒนาประเทศจึงมีความสำคัญยิ่ง โดยควรปรับปรุงการบริหารการจัดสรรทุนการศึกษาให้เป็นระบบรวมศูนย์ภายใต้คณะกรรมการระดับชาติ และควรวางกลไกในการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานเป็นระบบอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดความสูญเปล่าของงบประมาณแผ่นดิน ที่สำคัญ การวางแผนการจัดส่งนักเรียนทุนควรอยู่บนพื้นฐานของการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนในการให้มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งมีความเป็นเลิศในสาขาเฉพาะแต่ละด้าน เช่น ให้มหาวิทยาลัยในภาคใต้พัฒนาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับยางพารา หรือมหาวิทยาลัยที่เน้นด้านโลจิสติกส์เป็นเจ้าภาพในการพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ของประเทศหรือท้องถิ่น แทนที่จะเกลี่ยทุนไปหลายแห่งจนทำให้มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งไม่สามารถพัฒนาความเป็นเลิศเฉพาะทางขึ้นมาได้


   
×

Message

Content unpublished

   

SME

   

CPFxx

   

Kform18

   
001379494
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
34
1230
1420
1378074
1420
0
1379494
Your IP: 50.19.0.90
Wed, 10 Feb 2016 21:54:34 +0000
   
© ALLROUNDER